เรียนต่อต่างประเทศ ศึกษาต่อต่างประเทศ เรียนภาษาที่ต่างประเทศ
เรียนต่อต่างประเทศ ศึกษาต่อต่างประเทศ เรียนภาษาที่ต่างประเทศ
เรียนต่อประเทศอังกฤษ England
เรียนต่อประเทศสหรัฐอเมริกา USA
เรียนต่อประเทศแคนาดา Canada
เรียนต่อประเทศออสเตรเรีย Australia
เรียนต่อประเทศนิวซีแลนด์ New Zealand
เรียนต่อประเทศสิงคโปร์ Singapore
ศึกษาต่อต่างประเทศ
สถาบัน เรียนต่อต่างประเทศ
ข่าวและกิจกรรม เรียนต่อต่างประเทศ
สาระน่ารู้ เรียนต่อต่างประเทศ
เรียนต่อต่างประเทศ ศึกษาต่อต่างประเทศ เรียนภาษาที่ต่างประเทศ ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
รูปภาพกิจกรรม เรียนต่อต่างประเทศ
Office Hours
Exchange Rate

Timezone

เชคเวลาทั่วโลก



Timezone

Today, 18-04-2014 07:16:24
London, England
New York,USA
Vancouver,Canada
Sydney, Australia
New Zealand
Singapore
Other
Check Weather

ลิงค์เรียนต่อต่างประเทศ
IELTS
TOEFL
TOEIC
 
ตั๋วเครื่องบินราคาถูก
  BKK FLY

 เด็กไทยกับภาษาไทยอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้

คนที่อยู่ในเมือง อยู่ในกรุงเทพฯ ที่กำลังให้ลูกเรียนภาษาต่างชาติกันอย่างเคร่ง เครียด อาจมองไม่เห็นภาพและคิดไม่ออกว่า เป็นไปได้อย่างไรที่เด็กไทยเรียนหนังสือจบชั้นประถมศึกษาแล้วยังอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ถูก

เรามักได้ยินเรื่องของเด็กไทยและคนไทยอ่านหนังสือน้อยมากเมื่อเทียบกับเด็กชาติอื่นๆ ในโลก พูดกันบ่อยๆ เข้าจนกลายเป็นความเคยชิน

เคยคุยกับครูบาอาจารย์หลายท่านด้วยการตั้งคำถามเดียวกันว่า ทำไมเด็กในปัจจุบันจึงอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ถูก ลายมืออ่านไม่ได้ คุณครูตอบว่ามาจากหลายปัจจัยทั้งรูปแบบของหลักสูตร แต่ที่ตรงกันและน่าสนใจคือ ปัจจุบันคุณครูทั้งหลายต้องหันมาเปลี่ยนแปลงความสนใจจากเด็กมาอยู่ที่การทำผลงานของตัวเองตามนโยบายของรัฐ ซึ่งแม้ว่าอาจจะร่างขึ้นมาจากความตั้งใจดี แต่ผลของการปฏิบัตินั้นทำให้เด็กไทยถอยหลังเข้าคลอง

ไม่ทำก็อยู่ในสังคมครูไม่ได้ เพราะไม่ก้าว หน้า ล้าหลัง

ครั้นไปทำก็เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา ต้องใส่ใจกับเรื่องของตัวเองเสียก่อนที่จะสนใจเด็ก

จำได้ว่าสมัยที่ตัวเองเป็นเด็กต้องมายืนท่องศัพท์ มายืนอ่านหนังสือให้ครูฟังตอนเที่ยง ตอนเย็นหลังเลิกเรียน แต่สมัยนี้คงไม่เห็นภาพเหล่านี้แล้ว เด็กที่มีเงิน มีโอกาสก็ดีไป เพราะสามารถไปเรียนกวดวิชาได้ แต่เด็กคนไหนที่ไม่สามารถทำได้ เรียนจบมาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะแค่ภาษาไทยก็อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้เสียแล้ว ส่วนภาษาอังกฤษนั้นไม่ต้องพูดถึง

นานเท่าไร ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งเหล่านี้จะได้รับการคลี่คลาย เพราะนอกจากอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้แล้ว ปัญหาอื่นๆ ก็กำลังตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องของพฤติกรรมหรือปัญหาสังคม

ภาษาไทยกับเด็กพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้น่าห่วงแบบสุดๆ

ในบรรดากลุ่มเด็กไทยเองแต่ละภาค แต่ ละพื้นที่ ก็ยังมีเรื่องน่าห่วงต่างกันลงไปในรายละเอียด แต่ล่าสุดคือเด็กๆ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั่นเอง

เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวที่น่าสนใจจากการเปิดเผยของนายเฉลียว อยู่สีมารักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่กล่าวถึงผลการตรวจสอบคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าเด็กที่จบชั้น ป.6 อ่านเขียนหนังสือภาษาไทยไม่ได้จำนวนมาก

ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ นอน เพราะเด็กเหล่านี้อยู่ในพื้นที่พิเศษทั้งสิ้น เราลองมาฟังความเห็นจากผู้ใหญ่ที่สนใจและมีหน้าที่การงานเกี่ยวกับเรื่องเด็กโดยตรงกันก่อน โดยเริ่มต้นจากนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า ปัญหาของเด็กนักเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อ่านเขียนภาษาไทยไม่ได้ เนื่องจากเด็กใช้ภาษายาวีเป็นหลัก ศาสนาที่นับถือก็ใช้ภาษายาวี และเหตุการณ์ในพื้นที่ที่ไม่สงบ ทำให้เด็กขาดการเรียนอย่างต่อเนื่อง ครูจำนวนมากขอย้ายออกจากพื้นที่

อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการได้วางแนวทางแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนภายใต้นโยบายอ่านคล่อง เขียนคล่อง โดยตั้งเป้าหมายให้เด็ก ป.1-ป.3 จะต้องอ่านออก เขียนได้ และ ป.4-ป.6 จะต้องอ่านคล่อง เขียนคล่อง พร้อมทั้งสอนหนังสือของสายสามัญควบคู่กับศาสนา และส่งเสริมการปรับพื้นฐานให้เด็กนอกเวลาเรียน โดยจะเพิ่มเบี้ยเลี้ยงให้แก่ครูที่สอนนอกเวลา 200 บาท

"หากแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ผลจะสามารถทำให้เด็กสามารถศึกษาในระดับที่สูงขึ้นไปจนถึงระดับปริญญาตรีได้ และนำความรู้มาใช้ดำเนินชีวิต อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ได้ เมื่อเยาวชนอ่านออก เขียนได้ จะสามารถเข้าถึงและเข้าใจราชการมากขึ้น" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการระบุ

ขณะที่นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภาสรรหา ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา บอกว่า การวัดผลของกระทรวงศึกษาธิการไม่น่าจะถูกต้อง เปรียบกับการนำเสื้อเพียง 1 ตัวไปให้เด็กทั่วประเทศใส่เหมือนกันหมด

"การศึกษาของเด็กนั้น วัตถุประ สงค์สำคัญคือต้องให้เด็กสามารถเอาตัวรอดในสังคมได้ เป็นคนดี สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ ในทางกลับกัน หากนำเด็กในโรงเรียนดังที่สุดในกรุงเทพฯ ไปไว้ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ เช่นเดียวกันเมื่อนำเด็กจากภาคใต้เหล่านั้นมาอยู่ในกรุงเทพฯ ก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน"

รองประธานกรรมาธิการการศึกษา วุฒิ สภา ยอมรับว่า เด็ก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เน้นภาษาท้องถิ่นและภาษาอังกฤษเป็นหลักในการดำเนินชีวิต ขณะที่ภาษาไทยก็ใช้ในการสื่อสารในโรงเรียนและเมื่อกลับมาบ้านก็พูดภา ษาท้องถิ่นเช่นเดิม

"แต่สิ่งที่กระทรวง ศธ.จะต้องแก้ไขเร็วที่สุดคือ การจัดความเหมาะสมเรื่องการศึกษาในพื้นที่ให้เหมาะสมกับภาวะ วิสัย พฤติการณ์ของเด็ก มิใช่นำเรื่องการการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ภาษาไทยมาเป็นเครื่องตัดสินคุณภาพของเด็กเพียงอย่างเดียว" นายตวงแสดงความเห็น

ทางด้าน "ครูหยุย" วัลลภ ตังคณานุรักษ์ กรรมการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก บอกว่า ต้องยอมรับว่าเด็กดังกล่าวที่ถูก ศธ.ประเมินต่ำ เพราะอยู่ในพื้นที่พิเศษ และส่วนใหญ่ยังนับถือศาสนาอิสลามหรือเป็นมุสลิม การใช้ภาษาหลักคือภาษายาวี โดยมีวัตถุประสงค์ไปเรียนในโรง เรียนสอนศาสนาในต่างประเทศ ขณะที่ภาษาไทยจะใช้สื่อสารในโรงเรียนเท่านั้น

"ครูหยุย" กล่าวว่า ปัญหาทุกวันนี้เราต้องตีโจทย์ให้แตกว่ามองเรื่องการศึกษาอย่างไร หากจะใช้ภาษาไทยเป็นหลักและบอกว่าประสบความสำเร็จ เห็นจะไม่ถูกต้อง เพราะแต่ละคนมีเป้าหมายด้านการศึกษาแตกต่างกัน บางคนก็อาจใช้ภาษาอื่นๆ ในการศึกษาได้ แต่หากภาครัฐต้องการส่งเสริมภาษาไทยก็ไม่มีปัญหา เพราะคนเหล่านี้อยู่ในแผ่นดินไทย ก็ควรจะเพิ่มครูเข้าไปให้มากขึ้น

"หากเกรงว่าจะทำให้คนเหล่านี้แยกตัวออกไปไม่เป็นคนไทย และจะกลับมาสร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่น่าจะเป็นเหตุผลหลัก เพราะคนที่สร้างความวุ่นวายตั้งมากมายก็อ่านเขียนภาษาไทยได้ แต่สิ่งที่ควรทำคือ ทำอย่างไรที่จะพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับพื้นที่ ให้สอดคล้องต่อวิถีชีวิตของพวกเขา"

ปิดท้ายกันด้วยความเห็นของ ดร.อมร วิชช์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ ที่ทำงานด้านเด็กมาโดยตลอด และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนกองทุนวิจัย (สกว.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า วิธีแก้ปัญหาคือต้องนำเทคนิคของครูที่เชี่ยวชาญมีประสบ การณ์ และอยู่ในพื้นที่มานานลงมาสอนเด็กในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

รวมถึงการใช้สื่อการเรียนการสอนต่างๆ ที่เหมาะสม มาจัดการความรู้ผ่านโครงงานวิจัยของครูในพื้นที่ และที่สำคัญ ศธ.จะต้องให้การสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับเด็กในพื้นที่ รวมทั้งสานโครงการต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน และใช้การวิจัยต่างๆ เป็นตัวแก้ปัญหาให้แก่คนในพื้นที่ต่อไป เพราะจะสามารถแก้ปัญหาได้ถูกจุดและตรงเป้าหมาย

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นความคิดความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานเกี่ยวข้องอยู่กับเด็กมานาน นอกจากความเห็นแล้ว สำคัญที่สุดคงจะต้องเป็นเรื่องของการลงมือปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

อนาคตเด็กไทยและภาษาไทยล้วนอยู่ในมือผู้ใหญ่อย่างพวกเราทุกคน.
บรรยายใต้ภาพ
ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ
ชินวรณ์ บุณยเกียรติ


ที่มา : ryt9.com


สารบัญหลัก :
 
Study Aboard :
  เรียนต่ออังกฤษ | เรียนต่ออเมริกา | เรียนต่อออสเตรเลีย | เรียนต่อนิวซีแลนด์ | เรียนต่อแคนาดา | เรียนต่อสิงคโปร์
รวมเว็บ :
  ทุนเรียนต่อต่างประเทศ | หางานต่างประเทศ | บทความภาษาอังกฤษ | โรงเรียนนานาชาติ | เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ | ข่าวภาษาอังกฤษ | สถาบันสอนภาษาอังกฤษ | โฆษณาภาษาอังกฤษ
ข้อมูลประเทศ :
  ประเทศอังกฤษ | สหรัฐอเมริกา | ออสเตรเลีย | นิวซีแลนด์ | แคนาดา | ตั๋วเครื่องบินราคาถูก
บริษัท Time Abroad จำกัด
22,24 Soi 13, Ramkhamhaeng 2 Rd, Dokmai, Pravet District, Bangkok 10250
Tel: 02-728-4785
, 083-497-1888 ax: 02-728-4531
Tax Account Number: 3034036519